อาการเครื่องเลื่อยยนต์เสียที่พบบ่อย และวิธีแก้ไขเบื้องต้น
เครื่องเลื่อยยนต์เป็นเครื่องมือที่ทำงานหนัก เจอสภาพฝุ่น ไม้ เรซิน และการสั่นสะเทือนตลอดเวลา จึงมีโอกาสเกิดอาการขัดข้องได้บ่อย หากรู้สัญญาณเสียตั้งแต่ระยะแรกและแก้ไขอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยงเสียหายหนัก ยืดอายุการใช้งาน และทำให้เครื่องพร้อมใช้งานเสมอ
สัญญาณเตือนที่ควรหยุดใช้ทันที
เครื่องร้อนจัดผิดปกติหรือมีกลิ่นไหม้
ควรหยุดใช้ทันที ตรวจระบบหล่อลื่นโซ่ ตรวจการระบายอากาศของเครื่อง และอย่าฝืนใช้งานต่อ เพราะอาจทำให้ลูกสูบติดหรือเครื่องพังหนัก
โซ่ไม่หล่อลื่น โซ่แห้งจนเกิดควัน
มีความเสี่ยงสูงที่บาร์และโซ่จะสึกหรอเร็ว ให้ตรวจน้ำมันโซ่ รูจ่ายน้ำมัน และการอุดตันจากขี้เลื่อย
มีเสียงโลหะเสียดสีดังผิดปกติ
อาจเกิดจากโซ่ตึงเกินไป บาร์แห้ง หรือชิ้นส่วนหลวม ต้องหยุดตรวจเพื่อป้องกันโซ่ขาดหรือบาร์เสียหาย
เครื่องเลื่อยยนต์สตาร์ทไม่ติด
สาเหตุที่พบบ่อย
น้ำมันเชื้อเพลิงเก่า หรือผสมผิดอัตราส่วน
หัวเทียนเสีย คราบเขม่าหนา หรือหัวเทียนเปียก
กรองอากาศตัน ทำให้เครื่องรับอากาศไม่พอ
คาร์บูเรเตอร์สกปรก หรือมีสิ่งอุดตันในทางเดินน้ำมัน
สวิตช์ดับเครื่องอยู่ในตำแหน่ง OFF หรือสายไฟหลวม
วิธีแก้ไขเบื้องต้น
เปลี่ยนน้ำมันใหม่ โดยใช้น้ำมันที่เหมาะสมและผสมตามอัตราส่วนที่ผู้ผลิตกำหนด (เครื่อง 2 จังหวะ)
ถอดหัวเทียนออกมาเช็ดทำความสะอาด ตรวจระยะเขี้ยวหัวเทียน และลองเปลี่ยนหัวเทียนใหม่หากเก่า
ถอดกรองอากาศออกมาเป่าหรือทำความสะอาด (หากเป็นฟองน้ำให้ล้างและผึ่งให้แห้ง)
ตรวจท่อน้ำมัน กรองน้ำมัน และลองไล่น้ำมันเก่าทิ้ง
หากยังไม่ติด ให้ลองตรวจคาร์บูเรเตอร์เบื้องต้น เช่น ความสะอาดของน็อตปรับและช่องทางเดินน้ำมัน
เมื่อไหร่ควรส่งช่าง
หากเครื่องไม่ติดต่อเนื่อง ทั้งที่เปลี่ยนหัวเทียน น้ำมัน และทำความสะอาดกรองแล้ว อาจเป็นปัญหาชุดคอยล์ จุดระเบิด หรือกำลังอัดตก ควรให้ช่างตรวจเชิงลึก
เครื่องติดแล้วดับ หรือเร่งไม่ขึ้น
สาเหตุที่พบบ่อย
กรองอากาศสกปรก ทำให้อากาศเข้าผิดสัดส่วน
คาร์บูเรเตอร์ตั้งไม่เหมาะสม หรือมีคราบสกปรก
ท่อน้ำมันรั่ว กรองน้ำมันตัน หรือถังน้ำมันมีสิ่งปนเปื้อน
ฝาถังน้ำมันระบายอากาศไม่ดี ทำให้ดูดน้ำมันไม่ต่อเนื่อง
ท่อไอเสีย/หม้อพักตันจากคราบเขม่า
วิธีแก้ไขเบื้องต้น
ทำความสะอาดกรองอากาศก่อนเป็นอันดับแรก
ตรวจกรองน้ำมันเชื้อเพลิงและท่อน้ำมันว่ามีรอยแตกหรือหลวม
ลองคลายฝาถังน้ำมันแล้วสตาร์ท (เพื่อทดสอบการอั้นลมของฝาถัง)
ทำความสะอาดช่องไอเสียภายนอกและตรวจหม้อพักว่ามีเขม่าตันหรือไม่
หากเป็นคาร์บูเรเตอร์ ให้เริ่มจากการทำความสะอาดก่อน และหลีกเลี่ยงการปรับน็อตละเอียดแบบสุ่ม หากไม่ชำนาญ
เครื่องเดินเบาไม่นิ่ง รอบแกว่ง หรือดับตอนปล่อยคันเร่ง
สาเหตุที่พบบ่อย
รอบเดินเบาตั้งต่ำเกินไป
กรองอากาศตันหรือสกปรก
คาร์บูเรเตอร์มีคราบเรซิน/ตะกอนจากน้ำมันเก่า
มีอากาศรั่วตามท่อยางหรือปะเก็น
วิธีแก้ไขเบื้องต้น
ทำความสะอาดกรองอากาศ
ตรวจความแน่นของท่อและจุดต่อ
หากต้องปรับรอบเดินเบา ให้ปรับทีละน้อยและทดสอบจนเครื่องเดินเบานิ่ง
หากรอบยังแกว่งชัดเจน ให้พิจารณาล้างคาร์บูเรเตอร์หรือให้ช่างเช็กการรั่วของปะเก็น
โซ่ไม่หมุน หรือหมุนช้า ทั้งที่เครื่องเร่งแล้ว
สาเหตุที่พบบ่อย
เบรกโซ่ยังค้างอยู่
โซ่ตึงเกินไป ทำให้ฝืด
คลัตช์สึก หรือสปริงคลัตช์เสีย
เฟืองขับ (สโปรเก็ต) สึก
แถบบาร์สกปรก ขี้เลื่อยอัดแน่นที่ร่องบาร์
วิธีแก้ไขเบื้องต้น
ตรวจว่าเบรกโซ่อยู่ในตำแหน่งปลด
ตั้งความตึงโซ่ใหม่ ให้ยกโซ่ขึ้นได้เล็กน้อยแต่ไม่หย่อนจนหลุดร่อง
ถอดฝาครอบด้านข้างทำความสะอาดขี้เลื่อย บริเวณเฟืองและร่องบาร์
หากยังไม่หมุนหรือมีเสียงคลัตช์ผิดปกติ ควรให้ช่างตรวจคลัตช์และสโปรเก็ต
โซ่หลุดบ่อย โซ่กินไม้ไม่ดี หรือบาร์สึกเร็ว
สาเหตุที่พบบ่อย
โซ่ตั้งหย่อนเกินไป หรือโซ่ยืด
บาร์สึกไม่เท่ากัน หรือร่องบาร์กว้าง
โซ่ทื่อ ฟันไม่คม หรือมุมลับผิด
น้ำมันโซ่ไม่พอ ทำให้บาร์ร้อนและสึก
วิธีแก้ไขเบื้องต้น
ตั้งความตึงโซ่ทุกครั้งก่อนใช้งาน โดยเฉพาะหลังใช้งานใหม่ ๆ เพราะโซ่จะยืด
พลิกด้านบาร์เป็นระยะเพื่อให้สึกเท่ากัน
ลับโซ่ให้คมและถูกมุม หรือเปลี่ยนโซ่เมื่อฟันสึกมาก
ตรวจระบบจ่ายน้ำมันโซ่ให้ทำงานปกติ เพื่อลดการสึกหรอ
น้ำมันโซ่ไม่ออก หรือออกน้อยผิดปกติ
สาเหตุที่พบบ่อย
น้ำมันโซ่หมดหรือใช้ความหนืดไม่เหมาะ
รูจ่ายน้ำมันที่บาร์อุดตัน
ท่อน้ำมัน/ปั๊มน้ำมันมีปัญหา
ขี้เลื่อยอัดแน่นบริเวณช่องจ่ายน้ำมัน
วิธีแก้ไขเบื้องต้น
เติมน้ำมันโซ่และเลือกชนิดที่เหมาะกับสภาพงาน
ถอดบาร์และโซ่ออก ทำความสะอาดรูจ่ายน้ำมันและร่องบาร์
ตรวจว่าขณะเร่งเครื่องมีละอองน้ำมันออกที่ปลายบาร์หรือไม่
หากทำความสะอาดแล้วน้ำมันยังไม่ออก อาจเป็นปัญหาปั๊ม ควรให้ช่างตรวจ
เครื่องกินน้ำมันผิดปกติ ควันเยอะ หรือควันสีผิดปกติ
สาเหตุที่พบบ่อย
ผสมน้ำมัน 2 จังหวะเข้มเกินไป ทำให้ควันมากและเขม่าสะสม
กรองอากาศตัน ทำให้ส่วนผสมหนา (น้ำมันมาก อากาศน้อย)
คาร์บูเรเตอร์จ่ายน้ำมันมากเกินไป
หม้อพักตันจากเขม่า
วิธีแก้ไขเบื้องต้น
ผสมน้ำมันตามอัตราส่วนที่คู่มือกำหนด และใช้น้ำมันใหม่
ทำความสะอาดกรองอากาศ
ตรวจหม้อพักและช่องไอเสียว่ามีเขม่าตันหรือไม่
หากควันผิดปกติร่วมกับกำลังตก ควรให้ช่างเช็กการจ่ายน้ำมันและระบบไอเสีย
เครื่องแรงตก ตัดไม่เข้า ต้องกดเร่งหนัก
สาเหตุที่พบบ่อย
โซ่ทื่อ หรือลับผิดมุม
กรองอากาศตัน ทำให้เครื่องอั้น
หัวเทียนเสื่อม จุดระเบิดไม่เต็มประสิทธิภาพ
พอร์ตไอเสียหรือหม้อพักตันจากเขม่า
กำลังอัดตกจากการสึกหรอภายใน
วิธีแก้ไขเบื้องต้น
เริ่มจากการลับโซ่ เพราะเป็นสาเหตุที่พบได้มากที่สุด
ทำความสะอาดกรองอากาศและเปลี่ยนหัวเทียนหากจำเป็น
ตรวจและทำความสะอาดระบบไอเสียภายนอก
หากยังแรงตกชัดเจน อาจต้องตรวจภายในโดยช่าง
วิธีดูแลเพื่อป้องกันอาการเสียซ้ำ
ตรวจเช็กก่อนใช้งานทุกครั้ง
ระดับน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันโซ่
ความตึงโซ่และสภาพฟันโซ่
การทำงานของเบรกโซ่
ความแน่นของน็อตยึดบาร์และฝาครอบ
ทำความสะอาดหลังใช้งาน
เป่าขี้เลื่อยออกจากฝาครอบ ร่องบาร์ และช่องระบายอากาศ
เช็ดคราบเรซินที่บาร์และโซ่
เก็บเครื่องในที่แห้ง ลดความชื้นและสนิม
เปลี่ยนอะไหล่ตามรอบ
หัวเทียน กรองอากาศ กรองน้ำมัน และโซ่ เมื่อเริ่มเสื่อมหรือใช้งานหนักต่อเนื่อง
พลิกบาร์เป็นระยะเพื่อลดการสึกด้านเดียว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการซ่อมเครื่องเลื่อยยนต์เบื้องต้น
เครื่องเลื่อยยนต์สตาร์ทยากแต่พอติดแล้วใช้งานได้ เกิดจากอะไร
มักเกี่ยวกับหัวเทียนเริ่มเสื่อม กรองอากาศสกปรก หรือคาร์บูเรเตอร์มีคราบจากน้ำมันเก่า เริ่มแก้จากการเปลี่ยนหัวเทียนและทำความสะอาดกรองก่อน
โซ่ตึงแค่ไหนถึงพอดี
โซ่ควรแน่นพอไม่หย่อนหลุดร่อง แต่ยังยกขึ้นจากบาร์ได้เล็กน้อยและเลื่อนด้วยมือได้โดยไม่ฝืดเกินไป หากตึงมากจะทำให้บาร์และคลัตช์สึกเร็ว
ทำไมบาร์ร้อนเร็ว
สาเหตุหลักมักมาจากน้ำมันโซ่ไม่ออก โซ่ตึงเกิน หรือร่องบาร์อุดตัน ควรตรวจระบบหล่อลื่นและทำความสะอาดทันที
สรุป
อาการเสียของเครื่องเลื่อยยนต์ส่วนใหญ่เริ่มจากจุดพื้นฐาน เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง กรองอากาศ หัวเทียน ความตึงโซ่ และระบบหล่อลื่นโซ่ การตรวจเช็กตามอาการและแก้ไขเบื้องต้นอย่างเป็นลำดับจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดความเสียหายหนักได้ หากทำตามขั้นตอนแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีสัญญาณรุนแรง เช่น เครื่องร้อนจัด โซ่ไม่หล่อลื่น หรือมีเสียงโลหะดังผิดปกติ ควรหยุดใช้งานและให้ช่างตรวจทันทีเพื่อความปลอดภัยและยืดอายุเครื่อง