วิธีทำความสะอาดและบำรุงรักษาเครื่องเลื่อยยนต์หลังใช้งาน – ดูแลง่าย เครื่องใช้งานยาว
เครื่องเลื่อยยนต์ (Chainsaw) เป็นอุปกรณ์ที่ต้องรับแรงสั่นสะเทือน ฝุ่นไม้ ยางไม้ และเศษดินจำนวนมากทุกครั้งที่ใช้งาน การทำความสะอาดและบำรุงรักษาอย่างถูกต้องหลังใช้งานจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันเครื่องพังเร็ว โซ่ทื่อ สตาร์ทยาก หรือกำลังตกโดยไม่จำเป็น
การดูแลหลังใช้งานเป็นประจำช่วยให้เครื่องเลื่อยยนต์
✔ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
✔ ลดการสึกหรอของชิ้นส่วน
✔ ประหยัดค่าน้ำมันและค่าอะไหล่
✔ ยืดอายุการใช้งานได้หลายปีมาดูขั้นตอนที่ถูกต้องและสิ่งที่ควรตรวจเช็กหลังใช้งานทุกครั้งกัน
1. รอให้เครื่องเย็นก่อนทุกครั้ง
หลังใช้งาน เครื่องเลื่อยยนต์จะมีความร้อนสูง ควรพักเครื่องประมาณ 10–15 นาที
เพื่อให้
เครื่องยนต์เย็นลง
น้ำมันเครื่องไหลกลับสู่บ่อพัก
ลดความเสี่ยงไฟลุกเมื่อล้างทำความสะอาด
ไม่ควรรีบถอดบาร์หรือโซ่ตอนเครื่องยังร้อน เพราะอาจทำให้โซ่เสียรูปหรือยืดเร็วขึ้น
2. ถอดบาร์และโซ่ออกเพื่อทำความสะอาด
เมื่อเครื่องเย็นแล้ว ให้ถอดบาร์ (Guide bar) และโซ่เลื่อยออกมาทำความสะอาดทีละชิ้น
สิ่งที่ต้องทำ
ใช้แปรงลวดหรือแปรงแข็งขัดเศษไม้–เรซินออกจากร่องบาร์
เช็ดโซ่ให้สะอาด ล้างด้วยน้ำมันก๊าดหรือสเปรย์ทำความสะอาดโซ่
ตรวจดูความคมของฟัน หากเริ่มทื่อให้ลับคมทันที
ตรวจสอบความตึงของโซ่ — ไม่ควรตึงหรือหย่อนเกินไป
ข้อควรระวัง
ห้ามแช่โซ่ลงในน้ำโดยตรง เพราะทำให้เกิดสนิมเร็ว
ระวังมือบาดเพราะฟันโซ่ยังคมแม้ไม่ได้ใช้งาน
3. ทำความสะอาดบริเวณคลัตช์และช่องทางน้ำมันโซ่
บริเวณคลัตช์ฝั่งด้านซ้ายของเครื่องมักมีเศษขี้เลื่อยอัดแน่นจากการใช้งาน
วิธีทำความสะอาด
ใช้ลมเป่าหรือแปรงแข็งขจัดเศษไม้
ตรวจดูว่าช่องน้ำมันหล่อลื่นโซ่ไม่อุดตัน
เช็ดคราบน้ำมันเก่าออกให้หมด
ถ้าช่องน้ำมันอุดตัน โซ่จะทำงานแบบแห้ง ส่งผลให้โซ่สึกเร็วและอาจขาดระหว่างใช้งานได้
4. ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ (Air Filter)
ไส้กรองอากาศคือส่วนที่เลอะง่ายที่สุด และส่งผลต่อกำลังของเครื่องโดยตรง หากกรองอุดตัน เครื่องจะสตาร์ทยาก กำลังตก และกินน้ำมันมากขึ้น
วิธีทำ
ถอดไส้กรองออก
ใช้ลมเป่าฝุ่นออกจากด้านในออกด้านนอก
หากกรองเป็นฟองน้ำ ให้ล้างด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ แล้วตากให้แห้งสนิท
หากเป็นกรองไฟเบอร์ และสกปรกมาก ควรเปลี่ยนใหม่ทันที
คำแนะนำ: ควรทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน
5. ตรวจระดับน้ำมันเครื่องยนต์และน้ำมันโซ่
เครื่องเลื่อยยนต์ต้องใช้น้ำมัน 2 ชนิด คือ
น้ำมันเครื่องยนต์ 2 จังหวะ (อัตราผสมตามคู่มือ)
น้ำมันหล่อลื่นโซ่ (Chain oil)
หลังใช้งานควรตรวจเช็กว่า
น้ำมันโซ่เหลือพอหรือไม่
มีคราบน้ำมันรั่วซึมหรือไม่
อัตราผสมน้ำมันถูกต้องหรือเปล่า
หากไม่เติมน้ำมันโซ่ โซ่จะร้อนจัดและสึกหรอเร็วมาก
6. ทำความสะอาดหัวเทียนและตรวจไฟ
หัวเทียนเป็นส่วนที่มีผลกับการสตาร์ทเครื่องโดยตรง
ขั้นตอน
ถอดหัวเทียนออก
ใช้แปรงลวดขัดเขม่าดำออก
เช็ดด้วยผ้าสะอาด
ตรวจดูช่องว่างหัวเทียนให้ได้ตามสเปค
หากหัวเทียนสึกมากหรือเป็นสนิม ควรเปลี่ยนใหม่ ค่าใช้จ่ายไม่สูงแต่ช่วยให้เครื่องติดง่ายขึ้นมาก
7. เช็กความตึงของโซ่และตั้งค่าให้ถูกต้อง
โซ่ที่ตึงหรือหย่อนเกินไปอันตรายทั้งคู่
ควรตั้งความตึงใหม่หลังทำความสะอาดวิธีเช็ก
ยกโซ่ขึ้นจากบาร์ประมาณ 3–5 มม.
โซ่ควรขยับได้แต่ไม่หลุดจากร่องบาร์
หมุนโซ่ด้วยมือแล้วควรลื่นไม่ติดขัด
8. ทำความสะอาดตัวเครื่องภายนอก
ใช้ผ้าชุบน้ำมันหรือผ้าแห้งเช็ดตัวเครื่องทั้งหมดเพื่อ
ป้องกันสนิม
ป้องกันฝุ่นเกาะ
ช่วยยืดอายุอุปกรณ์ภายนอก
ห้ามฉีดน้ำแรง ๆ เข้าตัวเครื่อง เพราะจะทำให้ระบบไฟฟ้าเสียหาย
9. เก็บเครื่องในที่แห้งและไม่ร้อน
เก็บในที่แห้ง หลีกเลี่ยงแสงแดด เพราะความร้อนทำให้ยางและซีลต่าง ๆ เสื่อมเร็ว
สิ่งที่ควรทำก่อนเก็บ
ปล่อยน้ำมันค้างออก (ถ้าเก็บนานหลายเดือน)
ถอดโซ่–บาร์แยกเก็บ
ปิดฝาครอบและเช็ดเครื่องให้แห้งสนิท
10. บำรุงรักษาตามรอบประจำ
เพื่อให้เครื่องอยู่ได้นาน ควรทำตามรอบดังนี้
ทุกครั้งหลังใช้งาน
✓ ทำความสะอาดโซ่–บาร์
✓ เช็ดเครื่อง
✓ กรองอากาศทุก 1 เดือน
✓ ลับโซ่
✓ เช็กหัวเทียน
✓ ตรวจเช็กระบบน้ำมันโซ่ทุก 3–6 เดือน
✓ เปลี่ยนหัวเทียน
✓ เปลี่ยนกรองอากาศ
✓ ตรวจซีลน้ำมันสรุป
การทำความสะอาดและบำรุงรักษาเครื่องเลื่อยยนต์หลังใช้งานไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นสิ่งที่ “จำเป็นมาก” เพื่อให้เครื่องทำงานเต็มกำลังและปลอดภัยที่สุด การดูแลเพียง 10–15 นาทีหลังการใช้งานจะช่วยให้
✔ เครื่องสตาร์ทง่าย
✔ โซ่คมและทำงานลื่น
✔ เครื่องไม่ร้อนเกินหรือกินน้ำมัน
✔ ลดการพังของอะไหล่สำคัญ
✔ ยืดอายุเครื่องได้หลายปีwww.cpowertools.com