Categories
บทความ

งานเลื่อย 8 ประเภท ที่ควรมีติดบ้านไว้เรื่อยๆ

งานเลื่อย 8 ประเภท ที่ควรมีติดบ้านไว้เรื่อยๆ

งานเลื่อย หากต้องการทำงาน DIY หรือ งานช่างสักงานคงเป็นอุปกรณ์หลักที่ขาดไม่ได้เลย แต่หลายๆบ้านเป็นกังวล แม้ว้าเลื่อยจะเป็นอุปกรณ์พื้นฐาน แต่ปัญหาคือไม่รู้ว่าจะเลือกใช้เลื่อยประเภทไหนให้เหมาะกับ การใช้งานเลื่อย ที่แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 

ประเภทของเลื่อย เลือกอย่างไรให้เหมาะกับงานช่าง

เลื่อยลันดา (Hand Saw)

คุณพ่อบ้านแทบทุกบ้านที่ชอบงานเลื่อย ต้องรู้จัก และมี เลื่อยลันดา ติดบ้านไว้ใช้สอย ด้วยลักษณะของเลื่อยลันดาที่มีลักษณะเป็นแผ่น โคนใหญ่ปลายเรียว และมีซี่ฟันที่เรียงกันเป็นระเบียบตลอดความยาวของใบเลื่อย และมีมือจับ จึงทำให้เหมาะกับงานช่างไม้ และงานช่างก่อสร้าง โดยใช้สำหรับเลื่อยตัดซอยแปรรูปไม้ได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนใหญ่แล้วเลื่อยลันดาจะมีความยาวให้เลือกใช้ตั้งแต่ 16-24 นิ้ว ตามความเหมาะสม เช่น
  • เลื่อยลันดาชนิดตัด มีความถี่ของฟันประมาณ 8-12 ซี่ ใช้สำหรับไม้ตามขวางของเสี้ยนไม้
  • เลื่อยลันดาชนิดโกรก ใช้สำหรับโกรกหรือผ่าไม้ ความเอียงของฟันเลื่อยจะมีองศาที่เอียงมากกว่าเลื่อยตัด มีจำนวนฟันประมาณ 5-8 ซี่

เลื่อยหางหนู (Keyhole Saw)

สำหรับใครที่ชอบทำงาน DIY ประเภทงานฉลุ หรือเลื่อยส่วนโค้งที่มีความยาวไม่มากนัก อย่างการเลื่อยส่วนโค้งเพื่อประกอบรูปทรงเฟอร์นิเจอร์ หรือใช้เจาะฝ้า ผนังยิปซัม เลื่อยหางหนู หรือหลายๆ คนเรียกว่า เลื่อยฉลุ ฝ้าสามารถใช้งานได้ เพราะด้วยลักษณะของตัวเลื่อยที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ลักษณะใบเลื่อยยาวไปจนถึงด้ามจับ ปลายเรียวแหลมและคมมาก โดยสามารถถอดเก็บ และเปลี่ยนใบเลื่อยได้ จึงทำให้ งานเลื่อย สะดวกสบายในการใช้งาน หรือบางบ้านอาจจะนำไปเป็นเครื่องมือตัดแต่งกิ่งไม้เลื้อยได้อีกด้วยครับ

เลื่อยตัดเหล็ก หรือเลื่อยมือ (Hack Saw)

เลื่อยชนิดนี้เหมาะสำหรับ งานเลื่อย หรืองาน DIY ที่เน้นตัดโลหะเป็นส่วนมาก เช่น น็อต ตะปู เหล็กฉาก สกรู หรือท่อพีวีซี การใช้งานเลื่อย ไม่เหมาะกับงานไม้ เพราะฟันของเลื่อยค่อนข้างละเอียด ใบเลื่อยทำด้วยเหล็กกล้ามีความเหนียวมาก ปลายสุดของใบเลื่อยมีรูสำหรับยึดกับตัวเลื่อย เพื่อบังคับให้เลื่อยมีความแน่นยิ่งขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้วเลื่อยจะมีขนาดความยาว 12 นิ้ว และสามารถถอดเก็บหลังการใช้งานได้

เลื่อยฉลุ (Coping Saw)

หากต้องการสร้างงาน DIY ด้วยลวดลายบนไม้เลื่อยฉลุเป็นตัวเลือกที่ดีที่นิยมใช้กันมาก ส่วนใหญ่จะนำมาใช้ฉลุไม้ งานตัดมุมโค้ง มุมแคบ เหมาะกับงานชิ้นไม่ใหญ่ เพราะลักษณะของเลื่อยมีขนาดบาง และเล็ก ใบเลื่อยมีความอ่อนตัว เหมือนเส้นลวด การใช้งานเลื่อย จึงต้องขึงใบเลื่อยกับด้าม และคันเลื่อยให้ตึงก่อนใช้งานทุกครั้ง และเมื่อใช้งานเสร็จแนะนำให้คลายความตึงของใบเลื่อยทันทีก่อนเก็บเข้าที่ครับ

เลื่อยคันธนู (Bow Saw)

คุณพ่อบ้าน และคุณแม่บ้านที่ชอบทำสวน ไม่ควรมองข้าม งานเลื่อย และควรมี เลื่อยคันธนูไว้ติดบ้าน เพื่อใช้สำหรับเลื่อยตัดกิ่งไม้ ทั้งไม้สดและไม่แห้ง หรือจะใช้ตัดลำต้นไม้ขนาดเล็ก เพื่อตกแต่ง รวมถึงใช้ทำเป็นไม้ฟืน ลักษณะของตัวเลื่อยมีความคล้ายกับคันธนู ใบเลื่อยมีความแกร่ง และความคมเป็นพิเศษเพราะผลิตจากเหล็กกล้า และชุบแข็งที่ฟันเลื่อย ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาได้สะดวก มีให้เลือกใช้หลากหลายขนาดขึ้นกับความต้องการใช้งาน อาทิ 12 นิ้ว 21 นิ้ว 24 นิ้ว และ 30 นิ้ว เลยครับ

เลื่อยโค้งตัดกิ่งไม้ (Pruning Saw)

ไม่ต้องเสียเวลาจ้างคนดูแลสวนให้สวยเนียนกริบในทุก ๆ อาทิตย์ เพียงแค่มีเลื่อยโค้งตัดกิ่งไม้ ก็สามารถตัดแต่งกิ่งไม้ หรือตัดก่อไผ่ให้บ้านไม่รกได้แล้วนะครับ ด้วยลักษณะของตัวเลื่อยที่มีลักษณะโค้ง ใบเลื่อยทำจากเหล็กชุบแข็งให้ความแข็งแรง และทนทาน ฟันเลื่อยแต่ละซี่มีความถี่จึงทำให้รอยการตัดละเอียด แถมน้ำหนักเบา ง่ายต่อการใช้งานอีกด้วยครับ

หากต้องการตัดแต่งกิ่งไม้ในที่สูง การใช้งานเลื่อย ก็ง่ายนิดเดียวครับเพียงต่อด้ามเลื่อยเข้ากับลำไม้ไผ่ ก็ช่วยให้สะดวกสบาย และไม่เป็นอันตรายระหว่างใช้งานอีกด้วยครับ

เลื่อยพลูซอ (Pull Saw)

เลื่อยพลูซอ เป็นเลื่อยอเนกประสงค์ที่สามารถพกพาไว้ในกระเป๋าสำหรับเดินทางไปแคมป์ปิ้ง และใช้งานสำหรับตกแต่งกิ่งไม้ งานพลาสติก และงาน PVC ที่มีขนาดไม่หนามาก หรือใช้กับงานเฟอร์นิเจอร์ ลักษณะของเลื่อยมีขนาดเล็ก สามารถพับเก็บได้ ตัวฟันเลื่อยเป็นแบบฟันดึง แม้ใบเลื่อยจะสั้น แต่มีความคมของใบเลื่อยสูง ทำให้ตัดแต่งกิ่งไม้ได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นเลื่อยอีกประเภทหนึ่งที่ควรมีไว้ติดบ้าน และทำงาน DIY หรือ งานเลื่อย ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วนะครับ

เลื่อยบังตอ หรือเลื่อยลอ (Dovetail Saw)

งานที่ประณีตการใช้ เลื่อยบังตอ จะช่วยให้งานมีความละเอียดเป็นพิเศษมากขึ้น ลักษณะของเลื่อยคล้ายคลึงกับเลื่อยสันแข็ง แต่ด้ามจับจะเป็นด้ามยาว ใบเลื่อยมีให้เลือกความยาวหลายขนาดขึ้นอยู่กับความต้องการส่วนใหญ่แล้วจะนิยมใช้ 10 นิ้ว มากกว่า 8 นิ้ว และ 12 นิ้ว การใช้งานแนะนำให้ใช้ร่วมกับปากกาจับชิ้นงานเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น หรือใช้ร่วมกับกล่องตัดปรับมุมก็ได้ครับ

ควรทำความสะอาดด้วยแปรงบริเวณใบเลื่อยเพื่อให้เศษขี้เลื่อยหลุดออกจากฟันเลื่อย และป้องกันการเกิดสนิมด้วยการทาน้ำมันป้องกันสนิม และไม่ควรใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์เป็นกรด-ด่าง ในการทำความสะอาด

หากต้องการให้เลื่อยคมอยู่เสมอ แนะนำให้ใช้ตะไบตกแต่งฟันเลื่อยให้คม โดยเลือกตะไบที่พอดีกับฟันเลื่อย ที่สำคัญไม่ควรเก็บไว้ในที่ชื้น เพื่อป้องกันการเกิดสนิมนะครับ

Cr. https://www.homepro.co.th/homeguru/8-types-of-saw-work-that-should-be-kept-at-home

Categories
บทความ

เลื่อยมีหลายชนิด เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสม

เลื่อยมีหลายชนิด เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสม

          สำหรับนายช่างประจำบ้าน หรือพ่อบ้านสายงานช่าง โดยเฉพาะคนที่ชอบงานไม้ หรืองานประดิษฐ์ ประกอบเฟอร์นิเจอร์เอง เครื่องมือช่างไม้ที่ขาดไม่ได้เลยเห็นจะเป็น เลื่อย แต่เลื่อยที่มีวางจำหน่ายมากมายอยู่ตามท้องตลาดก็อาจสร้างความสับสนให้กับช่างหรือผู้ใช้งานมือใหม่ได้ เพราะมีหลายรูปแบบหลายประเภทเสียเหลือเกิน มีทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ไหนจะรูปร่างและราคาที่แตกต่างกัน ครั้นจะซื้อมาใช้ทันทีก็ดูจะใช่เหตุจนเกินไป ดังนั้น ในบทความนี้พี่ไทจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักเลื่อยประเภทต่าง ๆ รวมไปถึงวิธีการใช้งาน อ่านจบแล้ว จะสามารถออกจากบ้านไปซื้อเลื่อย ได้ตรงความต้องการแน่นอนครับ

 

1. เลื่อยลันดา

          เชื่อได้ว่าภาพจำในหัวของทุกคนเมื่อพูดถึงคำว่าเลื่อย ภาพของเลื่อยลันดาน่าจะขึ้นมาเป็นอันดับแรก แม้ว่าเราอาจจะไม่ทราบเลยก็ได้ว่าเลื่อยชนิดนี้มีชื่อเรียกว่าเลื่อยลันดา เลื่อยประเภทนี้ เป็นเลื่อยขนาดยาวที่มีด้ามจับอยู่ทางด้านบนของตัวเลื่อย นิยมใช้สำหรับตัดขวางตามเนื้อไม้ เพื่อให้เกิดรอยตัดที่เรียบ หรือตัดตามแนวยาวของเนื้อไม้ก็สามารถทำได้ ตามแต่ความถนัดในการใช้งาน ใบเลื่อยทำมาจากใบเหล็กแผ่นบางปลายเรียว โดยมีขนาดตั้งแต่ 14 – 28 นิ้ว ให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม
 

2. เลื่อยปังตอ

          เป็นเลื่อยที่ทำด้วยเหล็กแบนบางแต่แข็ง ใช้ในการบากปากไม้ เพื่อทำเดือยให้ไม้ 2 ชิ้น สามารถต่อกันได้ ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ความปราณีตมากเป็นพิเศษ จึงส่งผลให้เลื่อยปังตอมีการทำฟันเลื่อยอย่างละเอียด และมีความคมเป็นอย่างมาก ฟันเลื่อยปังตอมีให้เลือก 2 ชนิด คือหยาบและละเอียด ความยาวใบเลื่อยจะมีขนาดตั้งแต่ 8 นิ้ว , 10 นิ้ว และ 12 นิ้ว

3. เลื่อยตัดกิ่งไม้

          เป็นเลื่อยที่มีไว้ใช้ตัดกิ่งไม้ตรงตามชื่อเลย ดังนั้น เลื่อยจึงมีลักษณะที่โค้ง เพื่อให้รับกับกิ่งไม้ ช่วยให้สะดวกในการใช้งาน และตัดกิ่งไม้ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการประยุกต์การใช้งานแบบไทย ๆ ด้วยการนำเลื่อยตัดกิ่งไม้มาต่อด้ามจับให้ยาวขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้ตัดกิ่งไม้ที่อยู่ในที่สูงที่ไม่สามารถเอื้อมถึง หรือเลื่อยตัดกิ่งไม้ที่มาพร้อมด้ามจับยืดหดปรับความยาวได้ก็มีขายเช่นเดียวกัน

4. เลื่อยฉลุ

          เลื่อยฉลุเป็นเลื่อยที่ใช้กับงานไม้ที่เราน่าจะคุ้นเคยและได้ยินชื่อกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะเป็นเลื่อยที่ต้องใช้ในการทำงานประดิษฐ์ของนักเรียน ซึ่งนอกจากใช้ในงานประดิษฐ์รูปแบบต่าง ๆ แล้ว ยังเหมาะสำหรับการทำลวดลายลงบนไม้ ใบเลื่อยมีขนาดค่อนข้างเล็กมากเหมือนเส้นลวด จึงมีความอ่อนตัวมากเป็นพิเศษ ต้องใช้งานด้วยความระมัดระวัง โดยเวลาใช้งานต้องขึงใบเลื่อยกับด้ามและคันเลื่อยให้ตึงพอดี ไม่ตึงเกินไปและไม่หย่อนเกินไป เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการใช้งาน

5. เลื่อยคันธนู

          เป็นเลื่อยลักษณะคล้ายคันธนู ใช้สำหรับเลื่อยตัดแต่งกิ่งไม้ ตัดลำต้นต้นไม้ ตัดไม้ทำฟืน หรือตัดให้เป็นท่อน ๆ เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเคลื่อนย้าย โครงเลื่อยคันธนูผลิตจากเหล็กจึงมีความแข็งแรง ทนทาน ใบเลื่อยก็เช่นเดียวกันผลิตจากเหล็กที่มีคุณภาพ ทำให้ฟันเลื่อยมีความคมมากเป็นพิเศษ การใช้งานจึงสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว เลื่อยคันธนูมีให้เลือกใช้หลายขนาด ตั้งแต่ 12 นิ้ว, 21 นิ้ว, 24 นิ้ว และ 30 นิ้ว
 

6. เลื่อยตัดเหล็ก

          เป็นเลื่อยที่ใช้สำหรับตัดวัสดุต่าง ๆ ที่เป็นเหล็ก โลหะ รวมไปถึงท่อพีวีซี เมื่อเกิดการสึกหลอบริเวณใบเลื่อยจะสามารถถอดเปลี่ยนได้คล้ายกับเลื่อยฉลุ แต่ไม่สามารถนำไปใช้ตัดไม้ได้เพราะนอกจากจะตัดได้ช้าแล้ว ตัวใบเลื่อยจะเกิดความเสียหาย โดยใบเลื่อยตัดเหล็กนี้ จะมีหลายรูปแบบให้เลือกใช้งานตามความแข็งของวัสดุที่ต้องการจะตัด โดยมีให้เลือกทั้งแบบใบเลื่อยฟันหยาบและใบเลื่อยฟันละเอียด

 

7. เลื่อยฉลุฝ้า

          เลื่อยฉลุฝ้า หรือ เลื่อยหางหนู นิยมใช้ในการเจาะแผ่นฝ้า ผนังยิปซัม หรือใช้เลื่อยชิ้นงานเป็นแนวโค้ง หรือวงกลม ประกอบรูปทรงเฟอร์นิเจอร์ เพราะด้วยลักษณะของตัวเลื่อยที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก และมีใบเลื่อยยาว มีความคม ปลายเรียวเล็กแหลม ทำให้เหมาะกับการใช้งานในรูปแบบดังกล่าว โดยสามารถถอดเก็บและเปลี่ยนใบเลื่อยได้ นอกจากนี้ยังสามารถประยุกต์มาเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตัดแต่งกิ่งไม้ที่เข้าถึงได้ยากได้อีกด้วย

 

          ทั้งหมดนี้คือเลื่อยทั้ง 7 แบบที่พี่ไทเลือกมานำเสนอ ซึ่งไม่ว่าจะเลือกใช้งานเลื่อยชนิดใดก็ตาม พี่ไทขอแนะนำให้นำเลื่อยไปใช้งานให้ถูกวิธีตามที่ได้ระบุไว้ เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพที่อาจเกิดขึ้นตามมา รวมไปถึงการทำความสะอาดอยู่เป็นประจำเพื่อยืดอายุการใช้งาน โดยนอกจากเลื่อยทั้งหมดที่กล่าวมายังมีเลื่อยขนาดใหญ่อย่างเลื่อยไฟฟ้า เลื่อยวงเดือน เลื่อยจิ๊กซอว์ ซึ่งเป็นเลื่อยที่เหมาะกับงานช่างที่มีสเกลใหญ่มากขึ้น ยังไงในโอกาสหน้าพี่ไทจะเลือกมานำเสนอให้ได้ทำความรู้จักกันนะครับ
 
Cr. https://www.thaiwatsadu.com/th/articles/type-of-saw
Categories
บทความ

เครื่องมือช่าง (เลื่อย)

เครื่องมือช่าง (เลื่อย)

เครื่องมือช่าง (เลื่อย) - Sawing Tools
 

เครื่องมือตัด เลื่อย และขวานอยู่ในเครื่องมือประเภทนี้ ซึ่งใช้สำหรับตัดเนื้อไม้ออกไม้ โดยเลื่อยมักมีรอยหยักเป็นฟันแหลมคม ใช้ลากขึ้นลงพื่อให้ฟันเลื่อยเข้าไปเฉือนเนื้อไม้ออกทีละน้อยจนไม้แยกออกจากกัน ส่วนขวานใช้สำหรับสับ และถากไม้เนื้อไม้ขาดออกจากกัน ปัจจุบันมีเลื่อยยนต์ที่ใช้สำหรับตัดไม้ช่วยลดระยะเวลาการเลื่อยไม้ได้มาก ทั้งยังได้แนวไม้ที่ตรงสม่ำเสมอ

Cr. https://accl.cmu.ac.th/Museum/contentdetail/2256


Categories
บทความ

9 คุณสมบัติของสว่านไฟฟ้า ที่คุณต้องรู้ก่อนใช้งาน

9 คุณสมบัติของสว่านไฟฟ้า ที่คุณต้องรู้ก่อนใช้งาน

สว่านไฟฟ้า เป็นเครื่องมือไฟฟ้าที่มีประโยชน์มากในปัจจุบัน ที่ช่างไม้และเหล่า DIY ทุกคนต้องมี ช่วยในการเจาะรู ดึงสกรู และมีประโยชน์ในการใช้งานอื่นๆไม่ว่าจะเป็น การแขวนรูปภาพที่ผนัง ประกอบเฟอร์นิเจอร์ และอีกมากมาาย สว่านไฟฟ้าขึ้นชื่อในเรื่องความเร็ว พลัง ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานขึ้น คุ้มราคา และเบากว่าอุปกรณ์ไร้สายนั่นเอง ก่อนที่จะลงทุนในสว่านไฟฟ้า เราขอแนะนำให้คุณพิจารณาคุณสมบัติสำคัญต่อ สว่านไฟฟ้า เพื่อให้คุณได้สว่านไฟฟ้าที่ดีที่สุด สำหรับการใช้งานของคุณ

สว่านไฟฟ้า

พลังงาน

สว่านไฟฟ้า เสียบเข้ากับเต้ารับไฟฟ้าโดยตรงเพื่อให้ใช้งานได้ กำลังมอเตอร์วัดเป็นแอมป์ ซึ่ง สว่านไฟฟ้าที่มีมอเตอร์ของแอมป์ที่สูงกว่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่า และสามารถเจาะรูได้อย่างแม่นยำในเวลาที่น้อยลง ตามงานที่คุณกำลังทำอยู่ คุณต้องเลือกกำลังของมอเตอ ร์สว่านไฟฟ้า ใช้ สว่านไฟฟ้า กับมอเตอร์ 5 แอมป์สำหรับเจาะวัสดุที่มีน้ำหนักเบา ในขณะที่เจาะวัสดุแข็ง ให้ใช้ สว่านไฟฟ้า ที่มีมอเตอร์ 8 ถึง 10 แอมป์นั่นเอง

ขนาดหัวจับ

หัวจับที่ด้านหน้าของ สว่านไฟฟ้า ที่ใช้ยึดดอกสว่านเข้าที่ อย่างไรก็ตามหัวจับมีหลายขนาด และตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เลือกดอกสว่านที่มีขนาดเท่ากัน หรือเล็กกว่าหัวจับดอกสว่าน และขนาดหัวจับที่ใช้กันทั่วไปมีอยู่ 3 ขนาด

  • ขนาดหัวจับ 1/4 นิ้ว เหมาะสำหรับสว่านงานเบา
  • ขนาดหัวจับ 3/8 นิ้ว เหมาะสำหรับการฝึกซ้อมทั่วไป เช่น งานปรับปรุงบ้าน
  • ขนาดหัวจับ 1/2 นิ้ว เหมาะสำหรับสว่านงานหนัก และงานอุตสาหกรรม

ขนาดหัวจับของ สว่านไฟฟ้า จะช่วยให้คุณทราบขนาดดอกสว่านที่รองรับที่กำหนด โดยปกติขนาดหัวจับที่ใหญ่กว่าจะให้ประสิทธิภาพการเจาะที่ดีกว่าขนาดที่เล็กกว่า หลังจากเลือกขนาดหัวจับที่เหมาะสมแล้ว เราต้องตรวจสอบว่าหัวจับแบบไม่มีกุญแจ หรือแบบใช้กุญแจ ในที่นี้ ชิ้นส่วนที่ใส่กุญแจต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการคลายหรือขันหัวจับให้แน่นเพื่อเปลี่ยนดอกสว่าน ในขณะที่หัวจับแบบไม่ใช้กุญแจให้คุณหมุนได้โดยใช้มือขันให้แน่น หรือคลายหัวจับนั่นเอง 

หัวจับ สว่านไฟฟ้า

ความเร็วในการหมุน

จำนวนรอบการหมุนเต็มของสว่านไฟฟ้าต่อนาที (RPM) ถูกกำหนดเป็นความเร็วในการหมุน ช่วงความเร็วในการหมุนของสว่านไฟฟ้าจะอยู่ที่ 200-2000 รอบต่อนาที สว่านไฟฟ้า ที่มีความเร็วรอบ 500-1,000 รอบต่อนาทีก็เพียงพอแล้วสำหรับงาน DIY ในบ้านและรอบๆ บ้าน 

สว่านไฟฟ้า จะมีความเร็วสองระดับ ความเร็วต่ำและความเร็วสูง หรือคันโยกปรับความเร็วรอบที่ให้คุณเลือกความเร็วได้ โปรดทราบว่าความเร็วที่ต่ำกว่าจะดีกว่าสำหรับการขันสกรูเนื่องจากแรงบิดที่สูงกว่า ในขณะที่ความเร็วที่สูงกว่านั้นดีกว่าสำหรับการเจาะรู

ฟังก์ชั่นย้อนกลับ

สว่านไฟฟ้า เกือบทุกรุ่นมาพร้อมกับฟังก์ชันย้อนกลับนี้ ช่วยให้คุณหมุนดอกสว่านออกจากรูได้ง่ายขึ้น สว่านไฟฟ้า ส่วนใหญ่มีคุณสมบัตินี้ในรูปแบบของปุ่มซึ่งอยู่ที่ด้ามจับ หรือด้านบนของดอกสว่าน มีประโยชน์มากเมื่อไหร่ก็ตามที่ดอกสว่านอาจติดขัด ดังนั้น คุณสมบัติที่มีประโยชน์นี้จึงค่อนข้างสำคัญในขณะที่เลือก สว่านไฟฟ้า เนื่องจากจะทำให้ดอกสว่านใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น ฟังก์ชันย้อนกลับนี้จะช่วยให้คุณไขสกรูที่ยึดแน่นได้นั่นเอง 

สายไฟ

สว่านไฟฟ้า จะเคลื่อนที่ได้น้อยกว่าสว่านไร้สายเนื่องจากต้องใช้สายไฟถึงเต้ารับไฟฟ้า หากเต้ารับอยู่ห่างจากงานมากเกินไป คุณจะต้องใช้สายไฟต่อเพื่อยืดระยะของ สว่านไฟฟ้า ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ใช้สายไฟต่อแบบมาตรฐานสำหรับงานเจาะของคุณ เนื่องจากจะต้องมีความทนทานพอที่จะรองรับเครื่องมือ

หมายเหตุ: แต่ละสายจะมีตัวอักษรที่ระบุว่าสามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง สายไฟที่คุณใช้สำหรับ สว่านไฟฟ้าควรมีตัว “W” ในตัวอักษรสำหรับใช้งานกลางแจ้งนั่นเอง

น้ำหนัก

โดยปกติ สว่านไฟฟ้า จะมีน้ำหนักเบากว่าเมื่อเปรียบเทียบกับสว่านไร้สาย เหตุผลคือไม่มีแบตเตอรี่นั่นเอง สว่านไฟฟ้า ส่วนใหญ่สามารถรับน้ำหนักได้ตั้งแต่ 1-2 กิโลกรัม ในขณะที่ สว่านไฟฟ้า ระดับสูงจะมีน้ำหนักประมาณ 2-3 กิลโลกรัม ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องพิจารณาในขณะที่ใช้ สว่านไฟฟ้า เป็นเวลานาน เพื่อให้ทราบว่าคุณสามารถรับน้ำหนักได้อย่างง่ายดาย หรือไม่

ด้วยเหตุผลนี้ สว่านไฟฟ้า ที่หนักกว่าหลายแบบจึงมาพร้อมที่จับเสริม ซึ่งช่วยให้คุณจับสว่านได้ด้วยมือทั้งสอง จึงกระจายน้ำหนักได้อย่างสม่ำเสมอ

สว่านไฟฟ้า

ความทนทาน

จำเป็นต้องตรวจสอบ สว่านไฟฟ้า เพื่อให้แน่ใจว่ามีความทนทาน และเชื่อถือได้ก่อนซื้อ เหตุผลก็คือ สว่านไฟฟ้า ที่เชื่อถือได้จะช่วยให้คุณใช้งานได้นานโดยไม่มีปัญหาใดๆเกิดขึ้น ดังนั้น ให้มองหา สว่านไฟฟ้า ที่ใช้ปลอกโลหะคุณภาพสูง และพลาสติกที่แข็งแรงสำหรับการก่อสร้าง

นอกจากนั้น ให้ตรวจสอบระยะเวลาการรับประกันที่ผู้ผลิตเสนอให้กับผลิตภัณฑ์ของตน บางรุ่นมีการรับประกัน 3 ปี ในขณะที่บางรุ่นมาพร้อมการรับประกัน 5 ปี 

คุณสมบัติอื่นๆ

นอกเหนือจากคุณสมบัติที่จำเป็นเหล่านี้แล้ว คุณสมบัติเสริมบางอย่างยังช่วยให้คุณใช้งานสว่านได้อย่างง่ายดาย ประกอบด้วยตัวล็อคไก ที่จะช่วยให้คุณใช้งานสว่านไฟฟ้าได้โดยการเอานิ้วออกจากไกปืน คุณสมบัติทั่วไปอื่นๆ ในตัวสำหรับ สว่านไฟฟ้า ได้แก่ ไฟ LED ที่ช่วยให้มองเห็น และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในบริเวณที่มีแสงน้อย 

ยี่ห้อ

และสุดท้าย การเลือกผลิตภัณฑ์จากยี่ห้อที่มีชื่อเสียงจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับผลิตภัณฑ์ สว่านไฟฟ้า ที่มีคุณภาพดีที่สุดสำหรับเงินที่คุณใช้ไป ผลิตผลิตภัณฑ์ด้วยวัสดุคุณภาพดี ที่จะช่วยในเรื่องความทนทาน และให้การควบคุมที่ดีขึ้น ดังนั้นให้ตรวจสอบรุ่น สว่านไฟฟ้า ที่มีตราสินค้าสำหรับการใช้งานหนักนั่นเอง

ข้อดีและข้อเสียของ สว่านไฟฟ้า

จำเป็นต้องรู้ข้อดี และข้อเสีย ของสว่านไฟฟ้า ก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งช่วยให้คุณใช้งานต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง 

ข้อดี

  • การใช้งานหนัก สว่านไฟฟ้า เชื่อมต่อโดยตรงกับเต้ารับไฟฟ้า ซึ่งมีกำลังในการป้อนมอเตอร์มากขึ้น ดังนั้นจึงให้แรงบิดมากขึ้นซึ่งเหมาะสำหรับงานหนัก
  • กำลังมอเตอร์ สว่านไฟฟ้า มีมอเตอร์ที่แข็งแรงกว่าซึ่งให้กำลังมากกว่าเพื่อให้งานเสร็จสมบูรณ์ได้ง่ายและรวดเร็ว เมื่อเทียบกับสว่านไร้สาย
  • การพกพา ตัวเครื่องบาง กะทัดรัด และน้ำหนักเบา (ต้องไม่เกิน 4 กิโลกรัม) ทำให้ง่ายต่อการพกพาไปยังที่ทำงานของคุณ และยังเหมาะกับงานเล็กๆ อีกด้วย
  • ใช้งานง่าย เช่นเดียวกับรุ่นไร้สาย ไม่จำเป็นต้องชาร์จใหม่หรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ใน สว่านไฟฟ้า สิ่งที่คุณต้องมีคือเพียงแค่เสียบเครื่องมือ และเริ่มใช้งาน ซึ่งค่อนข้างใช้งานง่าย
  • ประหยัดต้นทุน สว่านไฟฟ้า มีราคาไม่แพง และสามารถซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่าสว่านไร้สาย 40% – 50% อีกด้วย

ข้อเสีย

  • ความคล่องแคล่ว สว่านไฟฟ้าจะไม่คล่องตัวเหมือนสว่านไร้สาย เนื่องจากความยาวของสายไฟจำกัด ทำให้ในบางครั้งจะไม่สะดวกต่อการใช้งานนั่นเอง
  • ต้องใช้เต้ารับไฟฟ้า จะไม่ทำงานในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีเต้ารับไฟฟ้า /แหล่งจ่ายไฟ
สว่านไฟฟ้า

เคล็ดลับการใช้งาน และการบำรุงรักษา สว่านไฟฟ้า

จำเป็นต้องดูแลและบำรุงรักษาเครื่องมือไฟฟ้าอย่างเหมาะสมเพื่อเพิ่มความทนทาน ความน่าเชื่อถือ และอายุการใช้งานที่ยาวนาน ต่อไปนี้คือคำแนะนำในการใช้งาน และการบำรุงรักษาที่ต้องปฏิบัติตามขณะใช้งาน สว่านไฟฟ้า

  • อย่าลืมสวมแว่นตา ที่อุดหู และถุงมือขณะใช้งาน สว่านไฟฟ้า เพื่อเป็นอุปกรณ์ป้องกัน
  • หล่อลื่นโลหะและดอกสว่านด้วยน้ำมันขณะเจาะผ่านโลหะเพื่อการเจาะที่ง่ายและรวดเร็ว
  • หากคุณสังเกตเห็นว่าดอกสว่านร้อนขึ้น ให้หยุดงานทันทีและให้เวลาสักครู่เพื่อทำให้ดอกสว่านเย็นลง
  • เพื่อยืนยันว่าขันเจาะยึดเป็นแนวตรง คุณต้องขับทำมุมตั้งฉากกับพื้นผิวการเจาะ
  • ใช้ดอกสว่านที่เล็กกว่าสกรูเพื่อป้องกันการสร้างรูที่ใหญ่เกินไป 
  • นิยมใช้แรงบิดที่ต่ำกว่าเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้สกรูหลุด
  • หากเกิดควันขึ้นจากหลุมขณะเจาะ ซึ่งแสดงว่าเจาะหนักเกินไปหรือดอกสว่านทื่อ ตรวจสอบ และดำเนินการที่จำเป็น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ดอกสว่านหลังจากที่คุณสังเกตเห็นสัญญาณการสึกหรอครั้งแรก เพื่อความปลอดภัย และประสิทธิภาพของคุณ
  • ในการล้างเศษ คุณต้องดึงดอกสว่านออกจากรูเป็นประจำ มีประโยชน์อย่างยิ่ง เมื่อเจาะวัสดุแข็ง เช่น ไม้เปียก หรือเมเปิ้ล
  • ใช้สายไฟต่อเพื่อให้ได้พลังงานเพียงพอกับ สว่านไฟฟ้าโดยไม่ทำให้กำลังไฟฟ้าตก และทำให้มอเตอร์เกิดความเสียหายในขณะทำงานห่างจากเต้ารับไฟฟ้า

Cr. https://toolmartonline.com/powertools/9-คุณสมบัติของสว่านไฟฟ้า-ที่คุณต้องรู้ก่อนใช้งาน/


Categories
บทความ

เลื่อย เครื่องมือพื้นฐานประจำบ้าน มีกี่แบบใช้งานอย่างไร มาดูกัน

เลื่อย เครื่องมือพื้นฐานประจำบ้าน

เลื่อย (SAW) เป็นเครื่องมือพื้นฐานสำหรับงานช่างในบ้าน ใช้ตัดหรือซอยชิ้นงานให้ได้ขนาดตามต้องการ ปัจจุบันมีให้เลือกมากมายหลายชนิด ดังนั้นการเลือกซื้อเลื่อยให้เหมาะสมกับงาน จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ในทีนี้ขอกล่าวถึงเฉพาะ เลื่อยที่นิยมใช้งานกันทั่วไปนะคะ

 
 
 
 
 
 

1. เลื่อยลันดา (Hand Saw)

 

เลื่อยลันดาเป็นเลื่อยชนิดที่เราคุ้นเคยและเห็นบ่อยที่สุด เป็นเลื่อยที่มีมือจับตอนโคน มีขนาด 22 นิ้ว และ 24 นิ้ว ใช้สำหรับงานตัดไม้ ตัดขวางเนื้อไม้ เพื่อให้เกิดรอยตัดที่เรียบ หรือตัดตามแนวยาวของเนื้อไม้ ใบเลื่อยทำมาจากใบเหล็กสปริงแผ่นบางปลายเรียว โดยมีความยาวของใบเลื่อยให้เลือกใช้งานตั้งแต่ 14-28 นิ้ว ตามขนาดของหน้าตัดของไม้

 
 
 
 
 
 

2. เลื่อยลอ (Dovetail Saw)

 

เลื่อยลอ เป็นเลื่อยที่ทำด้วยเหล็กแบนบางแต่แข็งมีลักษณะคล้ายเลื่อยสันแข็ง ต่างกันที่ด้ามจับซึ่งเป็นด้ามยาว เลื่อยลอมีหน้าที่ บากปากไม้เพื่อทำเดือยเข้าไม้แบบต่างๆ และงานไม้ที่ต้องการความปราณีตเป็นพิเศษ ฟันเลื่อยมีทั้งชนิดหยาบและละเอียด ใบเลื่อยกว้าง 2.5 นิ้ว ความยาว 8 นิ้ว , 10 นิ้ว และ  12 นิ้ว

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

3. เลื่อยฉลุ (Coping Saw)

 

เลื่อยฉลุ นิยมใช้ทำงานประดิษฐ์ต่างๆของนักเรียน หรือ ช่างฉลุงานไม้ เหมาะสำหรับงานตัดโค้ง ทำลวดลาย ที่ต้องใช้ความปราณีต เวลาใช้งานต้องขึงใบเลื่อยกับด้ามและคันเลื่อยให้ตึง ใบเลื่อยมีขนาดค่อนข้างเล็กมากเหมือนเส้นลวด มีความอ่อนตัว เหมาะกับชิ้นงานที่มีขนาดไม่ใหญ่ ไม่หนา มากนัก

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

4. เลื่อยตัดเหล็ก (Hack Saw)

 
 

เลื่อยตัดเหล็ก เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตัดเหล็ก มีลักษณะคล้ายเลื่อยฉลุ แต่

 

คันเลื่อยโค้งไม่มาก การใช้งานส่วนใหญ่จะใช้ตัดโลหะทั่วไป อาทิ ตะปู น็อต สกรู เหล็กฉาก หรือ ท่อพีวีซี ใบเลื่อยมีลักษณะเป็นแถบยาว ปลายใบเลื่อยทั้ง 2 ข้าง ติดกับปลายและโคน คันเลื่อย ขนาดยาวตามมาตรฐาน 12 นิ้ว เหมาะสำหรับที่มีพื้นที่จำกัด สามารถเปลี่ยนใบเลื่อยได้

 
 
 
 
 
 

5.เลื่อยหางหนู (Wall board Saw)

 

เลื่อยหางหนู หรือ เลื่อยฉลุฝ้า ใช้เลื่อยชิ้นงานเป็นแนวโค้ง หรือวงกลมและลวดลายต่างๆ ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกสามารถใช้เจาะฝ้าหรือผนังยิปซั่มได้ ใบเลื่อยมีขนาดเล็ก โคนใหญ่มีมือจับ ปลายใบเลื่อยเรียว แหลม เล็ก สามารถถอดเปลี่ยนใบเลื่อยได้ นอกจากนี้ยังประยุกต์เป็นเครื่องมือตัดแต่งกิ่งไม้ที่เลื่อยขนาดใหญ่เข้าไม่ถึงได้อีกด้วย

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

6.เลื่อยคันธนู (Bow Saw)

 

เป็นเลื่อยที่มีลักษณะคล้ายคันธนู เหมาะสำหรับใช้เลื่อยตัดกิ่งไม้ทั้งไม้สดและแห้งหรือตัดต้นไม้เป็นท่อนๆเพื่อการเคลื่อนย้ายสำหรับงานก่อสร้าง ใบเลื่อยผลิตจากเหล็กกล้าและชุบแข็งที่ฟันเลื่อย จึงมีความคมและแกร่งเป็นพิเศษ สามารถตัดชิ้นงานได้ทั้งจังหวะเลื่อยขึ้นและลง โดยมีให้เลือกหลายขนาด อาทิ 12 นิ้ว21 นิ้ว24 นิ้วหรือ 30 นิ้ว

 
 
 
 
 
 
 
 

7.เลื่อยโค้งตัดกิ่งไม้ (Pruning Saw)

 
 
 

ใช้ตัดแต่งกิ่งไม้ ตัดก่อไผ่ ฯลฯ ด้วยลักษณะความโค้งของคมเลื่อยและฟันเลื่อย จึงทำงานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ยังสามารถตัดแต่งกิ่งไม้ในที่สูงได้ โดยต่อด้ามเลื่อยเข้ากับลำไม้ไผ่ แค่นี้เราก็ไม่ต้องปีนต้นไม้ให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย

Cr. https://www.indyinsights.info/post/เล-อย-เคร-องม-อพ-นฐานประจำบ-าน-ม-ก-แบบใช-งานอย-างไร-มาด-ก-น


Categories
บทความ

เลื่อยมีกี่ประเภท

เลื่อยมีกี่ประเภท?

เลื่อย (SAW) คือ เครื่องมือพื้นฐานสำหรับงานช่าง ที่ใช้เลื่อยตัดชิ้นงานต่าง ๆ ปัจจุบันมีเลื่อยมากมายหลายประเภท การเลือกซื้อเลื่อยให้เหมาะสมกับการใช้งานจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย เพราะอาจใช้งานเครื่องมือผิดประเภทได้ บทความนี้เล่านถึงเลื่อยที่นิยมใช้ในกันทั่วไป 8 ประเภท

1. เลื่อยลันดา (HAND  Saw)

เราจะเห็นเลื่อยชนิดนี้บ่อยที่สุด เป็นเลื่อยที่มีมือจับตอนโคน มีขนาด 22 นิ้ว และ 24 นิ้ว ใช้สำหรับงานตัดไม้ ตัดขวางเนื้อไม้ เพื่อให้เกิดรอยตัดที่เรียบ หรือตัดตามแนวยาวของเนื้อไม้ ใบเลื่อยทำมาจากใบเหล็กสปริงแผ่นบางปลายเรียว โดยมีความยาวของใบเลื่อยให้เลือกใช้งานตั้งแต่ 14 – 28 นิ้ว ตามขนาดของหน้างาน



2. เลื่อยลอ (Dovetail Saw)

เลื่อยลอ เป็นเลื่อยที่ทำด้วยเหล็กแบนบาง แต่แข็งมีลักษณะคล้ายเลื่อยสันแข็ง แต่งกันที่ด้ามจับซึ่งเป็นด้ามยาว เลื่อยลอมีหน้าที่บากปากไม้ เพื่อทำเดือยเข้าไม้แบบต่าง ๆ และงานไม้ที่ต้องการความปราณีตเป็นพิเศษ ฟันเลื่อยมีทั้งชนิดหยาบและละเอียด ใบเลื่อยกว้าง 2.5 นิ้ว ความยาว 8 นิ้ว, 10 นิ้ว, และ 12 นิ้ว


3.เลื่อยฉลุ (Coping Saw)

เลื่อยฉลุ นิยมใช้ทำงานประดิษฐ์ของนักเรียน ใช้กับงานไม้ เหมาะสำหรับ
ตัดโค้ง ทำลวดลาย เวลาใช้งานต้องขึงใบเลื่อยกับด้ามและคันเลื่อยให้ตึง ใบเลื่อยมีขนาดค่อนข้างเล็กมากเหมือนเส้นลวด มีความอ่อนตัว เหมาะกับชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่ ไม่หนามากนัก



4.เลื่อยตัดเหล็ก (Hack Saw)

เลื่อยตัดเหล็ก เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตัดเหล็ก มีลักษณะคล้ายเลื่อยฉลุ
แต่คันเลื่อยโค้งไม่มาก การใช้งานส่วนใหญ่จะใช้ตัดโลหะทั่วไป อาทิ ตะปู น็อต สกรู เหล็กฉาก หรือท่อพีวีซี ใบเลื่อยมีลักษณะเป็นแถบยาว ปลายใบเลื่อยทั้ง 2 ข้างติดกับปลายโคนคันเลื่อย ขนาดยาวตามมาตราฐาน 12 นิ้ว เหมาะสำหรับที่ที่มีพื้นที่จำกัด สามารถเปลี่ยนใบเลื่อยได้



5. เลื่อยหางหนู (Walboard Saw)

เลื่อยหางหนู หรือ เลื่อยฉลุฝ้า ใช้เลื่อยชิ้นงานเป็นแนวโค้ง หรือวงกลมและลวดลายต่าง ๆ ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอก สามารถใช้เจาะฝ้า หรือ ผนังยิปซั่มได้ ใบเลื่อยมีขนาดเล็ก โคนใหญ่มีมือจับ ปลายใบเลื่อยเรียว แหลม เล็ก สามารถถอดเปลี่ยนใบเลื่อยได้ นอกจากนี้ยังประยุกต์เป็นเครื่องมือตัดแต่งกิ่งไม้ที่เลื่อยขนาดใหญ่เข้าไม่ถึงได้อีกด้วย



6. เลื่อยคันธนู (Bow Saw)

เลื่อยคันธนู เป็นเลื่อยที่มีลักษณะคล้ายคันธนู เหมาะสำหรับใช้เลื่อยตัดกิ่งไม้ ทั้งไม้สดไม้แห้ง หรือตัดต้นไม้เป็นท่อน ๆ เพื่อการเคลื่อนย้ายสำหรับงานก่อสร้าง มีให้เลือกใช้หลายขนาด ตั้งแต่ 12 นิ้ว , 21นิ้ว , 24 นิ้ว และ 30 นิ้ว



7. เลื่อยโค้งตัดกิ่งไม้ (Pruning Saw)

เลื่อยโค้งตัดกิ่งไม้ ใช้ตัดแต่งกิ่งไม้ ตัดก่อไผ่ ฯลฯ ด้วยลักษณะความโค้งของคมเลื่อยและฟันเลื่อย จึงทำงานได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

Cr. https://contractorshop.co.th/th/article-detail.php?IdArticles=9

Categories
บทความ

เลื่อยกับการใช้งานและข้อควรระวัง

เลื่อยกับการใช้งานและข้อควรระวัง

เลื่อย เป็นเครื่องมือที่จำเป็นในหมู่ช่าง ใช้สำหรับตัดไม้ หรือเหล็กให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ ปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย เช่น เลื่อยวงเดือน เลื่อยฉลุ เลื่อยไฟฟ้า เป็นต้น ดังนั้น การเลือกใช้เลื่อยให้เหมาะสมกับงาน และ ข้อควรระวังในเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

เลื่อยมีกี่ประเภท แต่ละประเภทเหมาะกับงานแบบใด

coping_saw

เลื่อยฉลุ (Coping Saw)

นิยมนำมาใช้กับชิ้นงานไม้ ใช้ฉลุไม้ ตัดไม้มุมโค้ง หรือตัดไม้ในมุมแคบ ๆ เพราะใบเลื่อยมีลักษณะบาง เล็ก และคล้ายเส้นลวด การใช้นำไปงานจึงต้องขึงใบเลื่อย กับด้ามจับให้ตึงก่อนใช้งานทุกครั้ง และเมื่อใช้งานเสร็จควรแยกใบเลื่อยออกก่อนจัดเก็บเข้าที่

hack_saw

เลื่อยตัดเหล็ก (Hack Saw)

เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตัดเหล็ก จะมีลักษณะคล้ายกับเลื่อยฉลุ ใบเลื่อยเป็นแถบยาว ปลายทั้งสองข้างติดกับคันเลื่อย มีความยาวตามมาตรฐาน 12 นิ้ว สามารถถอดเปลี่ยนใบเลื่อยได้ ส่วนใหญ่จะใช้ตัดโลหะทั่ว ๆ ไป เช่น น็อต ตะปู เหล็ก หรือท่อพีวีซี เป็นต้น

bow_saw

เลื่อยคันธนู (Bow Saw)

เป็นเลื่อยที่มีลักษณะคล้ายคันธนู ใบเลื่อยมีความคมเป็นพิเศษ เพราะผลิตจากเหล็กกล้า ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา มีให้เลือกหลากหลายขนาด เช่น 12 , 21 , 24 และ 30 นิ้ว ใช้สำหรับตัดตกแต่งกิ่งไม้ ไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้สด กิ่งไม้แห้ง หรือใช้ตัดต้นไม้ขนาดเล็ก

circular_saw

เลื่อยวงเดือน (Circular Saw)

เป็นเครื่องมือช่างสำหรับงานไม้ หรือเฟอร์นิเจอร์ ช่วยให้ทำงานได้สะดวก และรวดเร็วมากขึ้น แต่เนื่องจากใบเลื่อยมีความคม และอันตราย ผู้ใช้งานเลื่อยวงเดือนควรมีความชำนาญ หรือเข้าใจในงานตัด ก่อนการใช้งานควรศึกษาคู่มืออย่างละเอียด

วิธีการดูแลรักษา

  • หลังจากใช้งานเสร็จแล้ว ควรถอดใบเลื่อยแยก
  • ทำความสะอาดใบเลื่อย และทาด้วยน้ำมันเครื่องเพื่อป้องกันสนิม
  • ใช้ตะไบตกแต่งฟันเลื่อยให้คมอยู่เสมอ
  • จัดเก็บใส่กล่องเพื่อป้องกันความชื้น
  • หากพบว่าชำรุด ควรซ่อมแซมทันที และไม่ควรนำมาใช้งาน

ข้อควรระวังในการใช้งาน

  • ควรศึกษาคู่มือ ก่อนนำมาใช้งาน
  • ควรเลือกใช้เลื่อยให้เหมาะสมกับลักษณะของงาน
  • ควรใช้แรงควบคุมอย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้ชิ้นงานขาดได้
  • จับชิ้นงานให้มั่นคง เพื่อความสะดวก และความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
  • ควรเลือกใช้ใบเลื่อยให้เหมาะสมกับงาน และชิ้นงาน

Cr. https://www.dohome.co.th/th/dohome-guides/knowledge/saw/

Categories
บทความ

เลื่อยไฟฟ้าและเลื่อยยนต์ขนาดเล็กผิดกฎหมายหรือไม่

เลื่อยไฟฟ้าและเลื่อยยนต์ขนาดเล็กผิดกฎหมายหรือไม่

Categories
บทความ

การเลือกโซ่เลื่อยโซ่ยนต์ที่เหมาะสม

การเลือกโซ่เลื่อยโซ่ยนต์ที่เหมาะสม

Categories
บทความ

การตัดแต่งหลังเกิดพายุด้วยเลื่อยโซ่ยนต์