เครื่องเลื่อยยนต์ 2 จังหวะกับ 4 จังหวะต่างกันอย่างไร

เครื่องเลื่อยยนต์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับงานตัดไม้ ตัดกิ่ง และงานสวนหลายประเภท โดยเครื่องยนต์ที่ใช้มักแบ่งออกเป็น เครื่องยนต์ 2 จังหวะ และ เครื่องยนต์ 4 จังหวะ ซึ่งแต่ละแบบมีลักษณะการทำงาน ข้อดี และการดูแลแตกต่างกัน

ก่อนเลือกซื้อ ควรรู้ว่าทั้งสองแบบต่างกันอย่างไร และแบบไหนเหมาะกับลักษณะงานของเรา

เครื่องเลื่อยยนต์ 2 จังหวะ คืออะไร

เครื่องยนต์ 2 จังหวะทำงานครบหนึ่งรอบกำลังในจังหวะการเคลื่อนที่ของลูกสูบที่สั้นกว่า จึงให้กำลังได้รวดเร็วและมีโครงสร้างเครื่องยนต์ไม่ซับซ้อนมาก

จุดเด่นของเครื่องเลื่อยยนต์ 2 จังหวะ ได้แก่

  • น้ำหนักค่อนข้างเบา
  • เร่งรอบได้เร็ว
  • ให้กำลังต่อขนาดเครื่องดี
  • โครงสร้างไม่ซับซ้อน
  • เหมาะกับงานที่ต้องถือเครื่องและเคลื่อนย้ายบ่อย

จึงเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในเครื่องเลื่อยยนต์แบบพกพา

เครื่องเลื่อยยนต์ 4 จังหวะ คืออะไร

เครื่องยนต์ 4 จังหวะมีขั้นตอนการทำงานครบ 4 จังหวะ ได้แก่ ดูด อัด ระเบิด และคาย

ลักษณะเด่นคือการทำงานค่อนข้างนุ่มนวล และระบบหล่อลื่นแยกจากน้ำมันเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์หลายประเภท

ข้อดีที่มักพบ ได้แก่

  • เสียงการทำงานนุ่มกว่าในบางรุ่น
  • การเผาไหม้มักมีประสิทธิภาพดี
  • ไม่ต้องผสมน้ำมัน 2T กับน้ำมันเชื้อเพลิงในระบบ 4 จังหวะทั่วไป
  • เหมาะกับงานที่ต้องการใช้งานต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เครื่องยนต์อาจมีน้ำหนักและโครงสร้างมากกว่าแบบ 2 จังหวะ

ต่างกันเรื่องน้ำมันอย่างไร

นี่เป็นจุดที่ผู้ใช้งานควรให้ความสำคัญมากที่สุด

เครื่อง 2 จังหวะ

โดยทั่วไปต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงผสมกับ น้ำมันเครื่อง 2T ตามอัตราส่วนที่ผู้ผลิตกำหนด

หากผสมผิดสัดส่วน อาจทำให้เครื่องมีปัญหา เช่น หล่อลื่นไม่เพียงพอ มีควันมาก หรือเกิดความเสียหายกับเครื่องยนต์

เครื่อง 4 จังหวะ

โดยทั่วไปน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันเครื่องจะแยกออกจากกัน จึงไม่ต้องผสมน้ำมัน 2T ลงในเชื้อเพลิง

แต่ต้องตรวจระดับและเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะที่กำหนด

เรื่องน้ำหนักและการควบคุม

เครื่องเลื่อยยนต์ 2 จังหวะมักมีน้ำหนักเบากว่าเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ที่มีกำลังใกล้เคียงกัน

จึงเหมาะกับงาน เช่น

  • ตัดกิ่ง
  • งานสวน
  • งานที่ต้องยกเครื่องบ่อย
  • งานที่ต้องเคลื่อนตัวหลายจุด

ส่วนเครื่อง 4 จังหวะอาจเหมาะกับงานที่ไม่ได้เน้นความคล่องตัวมาก และต้องการการทำงานที่ต่อเนื่อง

เรื่องกำลังและรอบเครื่อง

เครื่องยนต์ 2 จังหวะมีลักษณะเด่นเรื่องการเร่งรอบและกำลังที่ตอบสนองเร็ว จึงเหมาะกับงานที่ต้องใช้รอบสูงในการตัด

เครื่องยนต์ 4 จังหวะมักให้แรงบิดในลักษณะที่นุ่มนวลกว่า แต่ประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับขนาดเครื่อง รุ่น และการออกแบบของผู้ผลิต

ดังนั้นไม่ควรตัดสินจากคำว่า 2 จังหวะหรือ 4 จังหวะเพียงอย่างเดียว

เรื่องเสียง ควัน และการเผาไหม้

เครื่องยนต์ 2 จังหวะอาจมีควันและกลิ่นจากการเผาไหม้มากกว่า โดยเฉพาะหากผสมน้ำมันไม่เหมาะสม

ส่วนเครื่องยนต์ 4 จังหวะโดยทั่วไปมีการเผาไหม้ที่สะอาดกว่าในหลายรุ่น

อย่างไรก็ตาม ระดับเสียงและควันจริงยังขึ้นอยู่กับสภาพเครื่อง การบำรุงรักษา และคุณภาพเชื้อเพลิง

แบบไหนดูแลง่ายกว่า

เครื่อง 2 จังหวะมีโครงสร้างค่อนข้างง่าย แต่ต้องใส่ใจเรื่องการผสมน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมัน 2T

ส่วนเครื่อง 4 จังหวะไม่ต้องผสมน้ำมันเชื้อเพลิง แต่มีระบบน้ำมันเครื่องที่ต้องตรวจเช็กและเปลี่ยนตามระยะ

ทั้งสองแบบควรดูแล

  • กรองอากาศ
  • หัวเทียน
  • โซ่และบาร์
  • ระบบหล่อลื่นโซ่
  • ความตึงของโซ่
  • ระบบเชื้อเพลิง

อย่างสม่ำเสมอ

ควรเลือกแบบไหนดี

หากต้องการ เครื่องเบา เร่งรอบเร็ว และใช้งานตัดไม้หรืองานสวนทั่วไป เครื่องเลื่อยยนต์ 2 จังหวะมักตอบโจทย์มากกว่า

แต่ถ้าต้องการ การทำงานที่นุ่มนวล ไม่ต้องผสมน้ำมันเชื้อเพลิง และใช้งานต่อเนื่อง เครื่องยนต์ 4 จังหวะก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ

ก่อนซื้อควรดูร่วมกับ

  • ขนาดกำลังเครื่อง
  • ความยาวบาร์
  • น้ำหนัก
  • อะไหล่และบริการหลังการขาย
  • ลักษณะงานที่ต้องใช้จริง

สรุป

เครื่องเลื่อยยนต์ 2 จังหวะและ 4 จังหวะมีความแตกต่างกันทั้งเรื่อง โครงสร้าง น้ำหนัก การตอบสนองของเครื่องยนต์ ระบบน้ำมัน และการบำรุงรักษา

เครื่อง 2 จังหวะเด่นเรื่องความเบาและรอบจัด ส่วนเครื่อง 4 จังหวะเด่นเรื่องการทำงานนุ่มนวลและระบบน้ำมันเชื้อเพลิงที่แยกจากน้ำมันเครื่อง

การเลือกแบบที่เหมาะที่สุดควรพิจารณาจากลักษณะงาน ความถี่ในการใช้งาน และความสะดวกในการดูแลรักษา เพื่อให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและปลอดภัยในระยะยาว

ติดต่อเรา : www.cpowertools.com

ติดต่อเรา : www.cpowertools.com