เครื่องเลื่อยยนต์ย่อมมีเสียงขณะทำงานตามปกติ แต่หากเสียงเปลี่ยนไป เช่น เสียงดังมากขึ้น เสียงกระแทก เสียงโลหะเสียดสี หรือเสียงเครื่องเดินไม่สม่ำเสมอ อาจเป็นสัญญาณว่าอุปกรณ์บางส่วนเริ่มมีปัญหา
เมื่อพบเสียงผิดปกติ ควรหยุดใช้งานและตรวจสอบก่อน เพราะการฝืนใช้งานต่ออาจทำให้เครื่องเสียหายมากขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ใช้งาน
โซ่ที่หลวมอาจกระทบกับบาร์จนเกิดเสียงดัง ส่วนโซ่ที่ตึงมากเกินไปจะเพิ่มแรงเสียดทาน ทำให้เครื่องทำงานหนักและเกิดเสียงผิดปกติได้
ควรตรวจสอบความตึงของโซ่ตามคำแนะนำในคู่มือประจำรุ่น หากไม่แน่ใจควรให้ช่างผู้ชำนาญเป็นผู้ตรวจสอบ
น้ำมันหล่อลื่นช่วยลดการเสียดสีระหว่างโซ่กับบาร์ หากน้ำมันไม่เพียงพอหรือระบบจ่ายน้ำมันผิดปกติ อาจเกิดเสียงเสียดสี ความร้อนสูง และทำให้ชิ้นส่วนสึกหรอเร็วขึ้น
หากพบว่าบาร์หรือโซ่ร้อนผิดปกติ ควรหยุดใช้งานทันที
โซ่ที่ไม่คมจะทำให้เครื่องต้องออกแรงมากขึ้น อาจเกิดเสียงเครื่องเร่งผิดปกติ แรงสั่นสะเทือนเพิ่มขึ้น และตัดชิ้นงานได้ช้าลง
ไม่ควรฝืนใช้งานโซ่ที่ชำรุด มีรอยแตกร้าว หรือมีฟันตัดเสียหาย
นอต ฝาครอบ ท่อไอเสีย หรือชิ้นส่วนภายในที่คลายตัว อาจทำให้เกิดเสียงสั่นหรือเสียงกระแทกขณะเครื่องทำงาน
ควรปิดเครื่อง รอให้เครื่องเย็น และนำไปตรวจสอบก่อนใช้งานครั้งต่อไป โดยไม่ควรถอดชิ้นส่วนสำคัญเองหากไม่มีความชำนาญ
สำหรับเครื่องเลื่อยยนต์ที่ใช้น้ำมัน เสียงเดินเบาไม่สม่ำเสมอ เครื่องเร่งสะดุด หรือมีเสียงระเบิดเบา ๆ อาจเกี่ยวข้องกับระบบเชื้อเพลิง กรองอากาศ หัวเทียน หรือการเผาไหม้
สาเหตุเหล่านี้ควรได้รับการตรวจจากช่างหรือศูนย์บริการ เพื่อป้องกันการปรับตั้งผิดพลาด
เสียงหอน เสียงครูด หรือเสียงโลหะกระทบกัน อาจมาจากลูกปืน คลัตช์ เฟืองขับโซ่ หรือชิ้นส่วนภายในที่เริ่มเสื่อมสภาพ
กรณีนี้ไม่ควรเปิดเครื่องทดสอบซ้ำ เพราะอาจทำให้ชิ้นส่วนแตกหรือเกิดอันตรายระหว่างใช้งาน
ควรหยุดเครื่องและนำไปตรวจสอบเมื่อพบอาการต่อไปนี้
เสียงผิดปกติของเครื่องเลื่อยยนต์อาจเกิดจากโซ่หลวม การหล่อลื่นไม่เพียงพอ โซ่สึก ชิ้นส่วนหลวม หรือความเสียหายภายในเครื่องยนต์ การตรวจพบและหยุดใช้งานตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสียหายและเพิ่มความปลอดภัยได้
ก่อนตรวจสอบควรดับเครื่อง ถอดแหล่งจ่ายไฟหรือแบตเตอรี่ และรอให้เครื่องเย็น หากไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ควรนำเครื่องเข้าศูนย์บริการหรือให้ช่างที่มีความชำนาญตรวจสอบ ไม่ควรฝืนใช้งานหรือซ่อมชิ้นส่วนสำคัญด้วยตนเอง